ภาพประกอบ: ใดๆภาษา
สองตัวที่ท่องได้ แต่ไม่เคยได้เขียน
เด็กไทยทุกคนท่อง ฃ ขวด ฅ คน มาตั้งแต่อนุบาล แต่แทบไม่มีใครเคยเขียนคำไหนด้วยสองตัวนี้จริงๆ เรื่องของมันเริ่มที่ศิลาจารึก และไปจบลงที่แป้นเครื่องพิมพ์ดีดเครื่องแรกของสยาม
เรื่อง ทีมใดๆภาษา20 ตุลาคม 2569อ่าน 6 นาที
ลองนึกภาพห้องเรียนอนุบาลตอนเช้า เด็กสามสิบคนท่องพร้อมกันเสียงดังว่า ก ไก่ ข ไข่ ฃ ขวด ค ควาย ฅ คน ท่องจนจำขึ้นใจ แต่ถ้าถามเด็กคนเดียวกันอีกสิบปีให้หลัง ว่าเคยเขียนคำไหนด้วย ฃ หรือ ฅ บ้าง ส่วนใหญ่คงนิ่งไปนาน เพราะคำตอบคือแทบไม่มีเลย
คำว่า ขวด เองก็สะกดด้วย ข ไข่ และ คน ก็สะกดด้วย ค ควาย สองตัวนี้จึงเป็นพยัญชนะที่แปลกที่สุดในบรรดา 44 ตัว คือมีชื่อ มีที่นั่งในแถวท่องจำ แต่ไม่มีงานทำมานานกว่าร้อยปีแล้ว
เคยใช้จริง และใช้อย่างตั้งใจ
ย้อนกลับไปสมัยสุโขทัย สองตัวนี้ไม่ได้เป็นของประดับ ศิลาจารึกหลักที่ 1 ใช้ ฃ สม่ำเสมอในคำอย่าง ฃุน ฃึ้น และ เฃา ซึ่งวันนี้เราเขียนว่า ขุน ขึ้น และ เขา วิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าในหลักที่ 1 มีคำที่ใช้ ฃ อยู่ 11 คำ และยังพบในจารึกสุโขทัยหลักอื่นอีกหลายหลัก
คำถามที่ตามมาคือ ถ้า ข ไข่ ก็มีอยู่แล้ว ทำไมต้องมี ฃ อีกตัว นักภาษาศาสตร์อธิบายว่าในยุคนั้นเสียงของทั้งสองตัวไม่เหมือนกัน ข น่าจะออกเสียงแบบที่เราพูดกันทุกวันนี้ ส่วน ฃ น่าจะเป็นเสียงเสียดแทรกจากโคนลิ้น คล้ายเสียง ค ที่มีลมขูดผ่านคอ แบบเสียง ch ในคำว่า Bach ของภาษาเยอรมัน ฝั่ง ค กับ ฅ ก็แยกเสียงกันในทำนองเดียวกัน
หลักฐานที่ช่วยยืนยันเรื่องนี้อยู่นอกประเทศไทย ภาษาตระกูลไทบางภาษา เช่น ภาษาไทขาว ยังแยกเสียงและแยกตัวเขียนระหว่าง ฃ กับ ข อยู่จนถึงทุกวันนี้
เมื่อเสียงหายไปก่อนตัวอักษร
ภาษาพูดเปลี่ยนเร็วกว่าภาษาเขียนเสมอ เมื่อเวลาผ่านไป เสียงของ ฃ ค่อยๆ กลืนเข้าไปเป็นเสียงเดียวกับ ข และ ฅ ก็กลืนไปกับ ค ในภาษาไทยกลาง จารึกสุโขทัยรุ่นหลังเริ่มเขียนสลับกันไปมา เพราะคนเขียนเองก็ไม่ได้ยินความต่างแล้ว
แต่ตัวอักษรยังไม่ตายทันที ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระปิฎกโกศล (อ่วม) แห่งวัดราชบุรณะ แต่งแบบเรียนชื่อปทานุกรมขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2400 และอธิบายวิธีใช้ ฃ กับ ฅ ไว้ว่าเป็นตัวสำหรับคำไทยแท้ ส่วน ข กับ ค ใช้กับคำที่มาจากภาษาบาลี เท่ากับว่าในเวลานั้นสองตัวนี้ยังพอมีหน้าที่ แม้จะไม่ได้แยกเสียงแล้วก็ตาม
บางตำราก็ให้ ฅ ทำงานเฉพาะทางยิ่งกว่านั้น จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต เคยเขียนไว้ว่าปทานุกรมเล่มหนึ่งระบุว่า ฅ ใช้เขียนคำว่า ฅอ ที่หมายถึงคอของคนหรือสัตว์เท่านั้น ไม่ได้ใช้เขียนคำว่า คน อย่างที่เราท่องกัน
ฅ คน ที่เราท่องกันทุกวัน อาจไม่เคยถูกใช้เขียนคำว่า คน เลยด้วยซ้ำ
เครื่องพิมพ์ดีดที่มีที่ไม่พอ
จุดเปลี่ยนจริงๆ มาถึงพร้อมกับเครื่องจักร ในปี 2434 เอ็ดวิน ฮันเตอร์ แมคฟาร์แลนด์ ลูกชายมิชชันนารีอเมริกันที่เติบโตในสยามและเคยเป็นเลขานุการส่วนพระองค์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ลาพักกลับไปอเมริกาและได้ศึกษางานที่โรงงานสมิทพรีเมียร์ เขาดัดแปลงเครื่องพิมพ์ดีดรุ่นแป้นคู่ของบริษัท ซึ่งไม่มีปุ่ม shift แต่แยกแป้นตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กไว้คนละแป้น ให้เป็นเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยเครื่องแรก
ปัญหาคืออักษรไทยมีพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์มากเกินกว่าแป้นที่มี เขาพยายามหาทางให้ใส่ได้ครบแล้วไม่สำเร็จ สุดท้ายจึงต้องตัดพยัญชนะสองตัวทิ้ง และตัวที่ถูกเลือกก็คือ ฃ กับ ฅ เพราะเป็นตัวที่ถือกันว่าแทบไม่มีใครใช้แล้ว และใช้ ข กับ ค แทนได้
ปี 2435 แมคฟาร์แลนด์นำเครื่องเข้ามาถวายรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงสั่งซื้อไว้ใช้ในราชการ 17 เครื่อง จากนั้นเครื่องพิมพ์ดีดก็กลายเป็นเครื่องมือหลักของงานเอกสารทั้งประเทศอยู่ร่วมร้อยปี และเอกสารทุกฉบับที่พิมพ์ออกมาก็ไม่มี ฃ ฅ ไปโดยปริยาย ศิลปวัฒนธรรมอ้างคำบอกเล่าของภาษิต จิตรภาษา ว่าแม้ในราว พ.ศ. 2525 เครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยที่ขายในเมืองไทยก็ยังไม่มีสองตัวนี้ และไม่มีเลขไทยด้วย
เลิกใช้ แต่ไม่เคยถูกลบ
เมื่อราชบัณฑิตยสถานพิมพ์พจนานุกรมฉบับ พ.ศ. 2493 คำอธิบายของ ฃ และ ฅ จึงเหลือเพียงสั้นๆ ว่าเดี๋ยวนี้เลิกใช้แล้ว และฉบับ พ.ศ. 2525 ก็ใช้ข้อความเดียวกัน ข้อความนี้ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเคยมีประกาศยกเลิกอย่างเป็นทางการ ทั้งที่ความจริงมันเป็นการบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วมากกว่า
ถึงอย่างนั้น ไม่มีใครถอดสองตัวนี้ออกจากแถวพยัญชนะ มันยังอยู่ในตำราเรียน ยังอยู่ในบทท่อง และยังทำให้นับพยัญชนะไทยได้ครบ 44 ตัวตามธรรมเนียม ยุคคอมพิวเตอร์ก็ใจดีกับมันกว่ายุคพิมพ์ดีด ทั้งสองตัวมีรหัสในยูนิโค้ด คือ U+0E03 และ U+0E05 และอยู่บนแป้นพิมพ์มาตรฐานที่ใช้กันทุกวันนี้ด้วย
| ตัวอักษร | ชื่อ | ยูนิโค้ด | แป้นเกษมณี |
|---|---|---|---|
| ฃ | ขอขวด อักษรสูง | U+0E03 | แป้น \ (เหนือ Enter) |
| ฅ | คอคน อักษรต่ำ | U+0E05 | Shift + \ |
คนที่ยังอยากเขียน ฃวด
ทุกวันนี้ยังมีคนกลุ่มเล็กๆ ที่อยากให้สองตัวนี้กลับมา สำนักพิมพ์บางแห่งเลือกสะกด ขวด เป็น ฃวด ในหนังสือของตัวเอง เพื่อรักษาร่องรอยของตัวเขียนแบบเก่า แม้นักภาษาศาสตร์จะท้วงว่าการสะกดแบบนี้ไม่ได้ตรงกับรากศัพท์เดิมเสมอไป เพราะเราไม่รู้แน่ชัดอีกแล้วว่าคำไหนเคยออกเสียงแบบ ฃ จริงๆ
ครั้งหน้าที่นิ้วเผลอไปโดนแป้นเหนือปุ่ม Enter แล้วมี ฃ โผล่ขึ้นมากลางประโยค ลองหยุดมองมันสักนิด ตัวอักษรตัวนี้เคยอยู่บนศิลาจารึกเมื่อหลายร้อยปีก่อน แล้วตกขบวนเครื่องพิมพ์ดีดเพียงเพราะแป้นไม่พอ วันนี้มันกลับมาได้ที่ของตัวเองบนคีย์บอร์ด แค่ยังไม่มีคำให้เขียนเท่านั้นเอง